อาจมีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่า ท้อง แล้วไม่ควร
ทำงาน ห้ามออกไปไหน แต่หากคุณแม่ท้องสุขภาพแข็งแรง อย่างไรก็ทำงานได้ค่ะ
เพียงแต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น
ซึ่งคุณแม่ต้องประเมินว่างานที่คุณแม่ทำอยู่นั้นมีอันตรายหรือความเสี่ยงมาก
น้อยแค่ไหน
คุณแม่ท้องอย่านิ่งเฉยกับกฎหมายและสิทธิเกี่ยวกับคนท้องนะคะ เพราะเป็นสิทธิประโยชน์ต่อตัวเราทั้งสิ้น ทั้งสิทธิลาคลอด การทำงานล่วงเวลา และอื่นๆอีกมากมาย จากนั้นคุณแม่ต้องแจ้งนายจ้างว่าตอนนี้เราท้องแล้วนะ เพื่อทางนายจ้างจะได้สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานไม่ให้กระทบต่อสุขภาพของคุณ แม่ เช่น การทำงานล่วงเวลา การทำงานกะกลางคืน หรือเนื้อหางานมีอันตราย เป็นต้น
4 สิ่งที่ต้องเลี่ยง
การทำงานให้ปลอดภัยและมีสุขภาพดีไปด้วยนั้น ไม่จำเป็นต้องเกิดจากปัญหาจากโรคภัยไข้เจ็บเท่านั้น แต่ยังมี 4 สิ่งเหล่านี้ที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของคุณแม่ท้องได้เช่นกัน
1. งานที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ
2. งานที่ต้องมีการเคลื่อนไหว ออกแรงหรือท่าทางมากๆ
3. งานที่ต้องเดินทางบ่อยๆ
4. งานที่มีมลพิษทางเสียงที่ดังมากๆ
พักเสียหน่อย ไม่เสียหาย
การทำงานไม่ว่างานแบบไหนก็คงหลีกเลี่ยงความตึงเครียดไม่ได้ เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรหาวิธีผ่อนคลายและให้สมองได้พักผ่อนบ้าง ไม่อย่างนั้นลูกอาจรู้จักขมวดคิ้วนั่งกุมขมับได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแน่ๆ
1. หากคุณแม่ต้องทำงานที่ยืนมาก ให้หาที่นั่ง ยกขาขึ้นพักบ้าง หรือหากทำงานที่ต้องนั่งนานๆ ก็ให้ลุกยืนหรือเดินบ้างทุกๆ 2 ชั่วโมง เพราะเป็นการช่วยให้เลือดได้หมุนเวียน และลดอาการบวมของเท้าของเราได้ดี
2. พักผ่อนระหว่างวันให้มากเท่าที่จะทำได้ และอย่าคร่ำเคร่งกับงานมากจนเกินไป
3. รับประทานอาหารให้ตรงเวลา และมีสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะผักและผลไม้ เพื่อลดการเกิดอาการท้องผูก
4. ใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่สบายๆ
ลาคลอดตอนไหนดี
ในช่วงการตั้งครรภ์ไตรมาสต้นๆ คุณแม่อาจต้องลางานไปพบคุณหมอหรือตรวจสุขภาพบ่อยๆ สิทธิ์ลาคลอดยังไม่สามารถนำมาใช้ได้นะคะ คุณแม่ต้องใช้สิทธิลากิจ ลาป่วย หรือลาพักร้อนแทน จนเมื่อถึงช่วงใกล้คลอด คุณแม่ท้องจึงสามารถใช้สิทธิลาคลอดได้ คือหยุดงานได้ไม่เกิน 90 วัน โดยส่วนใหญ่แล้ว ควรใช้สิทธิลาคลอดในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนถึงวันคลอด เพื่อให้มีเวลาเตรียมตัว พักผ่อน และจัดการเรื่องต่างๆค่ะ
5 อาการไม่ควรเสี่ยงทำงาน
หากคุณแม่มีอาการดังต่อไปนี้ ไม่ควรเสี่ยงทำงานเพราะมีผลต่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยได้
1. คุณแม่มีประวัติคลอดก่อนกำหนดมากกว่า 1 ครั้ง
2. เคยแท้งมาก่อน
3. มีภาวะความดันโลหิตสูง
4. ตั้งครรภ์แฝด
5. มีภาวะเบาหวาน
ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอก่อน เพราะบางคนที่มีภาวะเสี่ยงนี้แต่ยังสามารถไปทำงานได้ เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดค่ะ
ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับแม่และเด็ก ท้องแล้วทำงานได้ไหมนะ? จาก นิตยสาร Real Parenting

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น