วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

มะเร็งปากมดลูกโรคร้ายอันดับ 2 ของผู้หญิง


             มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งในเพศหญิงที่พบได้บ่อยที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่ป้องกันได้ แพทย์สามารถตรวจหา “ระยะก่อนเป็น มะเร็งปากมดลูก” ได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ซึ่งวิธีการที่ใช้ตรวจหาระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูกเรียกว่า การตรวจแปปสเมียร์ (Pap Smear) โดยการ เก็บเอาเซลเยื่อบุบริเวณปากมดลูกไปตรวจหาเซลมะเร็ง

     ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งปากมดลูก
 
          1. การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย (ต่ำกว่า 20 ปี) และมีคู่นอนหลายคน


          2. มีการอักเสบของปากมดลูกเนื่องจากการติดเชื้อ Human Papilloma Virus เริม หูดหงอนไก่


          3. สตรีที่สูบบุหรี่ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่


          4. สตรีที่มีภูมิต้านทานต่ำ


          5. ขาดสารอาหาร เช่น โฟเลท วิตามินเอ วิตามินซี


     อาการมะเร็งปากมดลูก
 
          ระยะเริ่มต้นจะไม่ปรากฎอาการใดๆ แต่สามารถตรวจพบมะเร็งปากมดลูกได้จากการตรวจ แปปสเมียร์ (Pap Smear) ระยะลุกลาม จะมีอาการตกขาว มีกลิ่น มีเลือดออกทางช่องคลอดหรือตกขาว ลักษณะคล้ายน้ำคาวปลา ถ้าเป็นมากอาจถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีอาการผิดปกติของระบบขับถ่ายอุจจาระได้นอกจากนี้ มะเร็งอาจกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ ปอด ตับ และกระดูก เป็นต้น

     การรักษามะเร็งปากมดลูก
 
          ถ้าเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะแรกๆ การผ่าตัดเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดี แต่ถ้าเป็นระยะที่มะเร็งลุกลามมากแล้ว จะใช้รังสีรักษาโดยการฉายแสงร่วมกับการใส่แร่หรือการผสมผสานระหว่างการผ่า ตัด รังสีรักษา และการให้ยาเคมีบำบัด

     การป้องกันมะเร็งปากมดลูก

          – มีเพศสัมพันธ์เมื่อถึงวัยอันควร คืออายุ 20 ปีขึ้นไป

          – หลีกเลี่ยงการติดเชื้อโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถ้าไม่แน่ใจควรใช้ถุงยางอนามัย


          – เมื่อมีอาการตกขาวผิดปกติ หรือเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ควรรีบไปพบแพทย์


          – สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ทุกคน ควรได้รับการตรวจ Pap Smear เพื่อค้นหามะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละครั้ง


ขอขอบคุณบทความเกี่ยวกับสุขภาพ มะเร็งปากมดลูกโรคร้ายอันดับ 2 ของผู้หญิง
จาก ศูนย์สูติ-นรีเวช รพ.วิภาวดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น